อนุเคราะห์ผู้อื่น ด้วยการให้ตั้งมั่นในฐานะสาม
ครั้งนั้นแล ท่านพระอานนท์ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคแล้วนั่งอยู่ ณ ที่สมควร ครั้นแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะท่านพระอานนท์ว่า
อานนท์ เธอทั้งหลายจะอนุเคราะห์ใคร และใครถือว่าเธอเป็นผู้ที่เขาควรเชื่อฟัง เขาจะเป็นมิตรก็ตาม อำมาตย์ก็ตาม ญาติหรือสาโลหิตก็ตาม เธอทั้งหลายพึงยังชนเหล่านั้น ให้สมาทาน ให้ตั้งมั่น ให้ดำรงอยู่ในฐานะ ๓ ประการ ฐานะ ๓ ประการอะไรบ้าง คือ
อานนท์ เธอทั้งหลายพึงยังชนเหล่านั้น ให้สมาทาน ให้ตั้งมั่น ให้ดำรงอยู่ในความเลื่อมใส อันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้าว่า แม้เพราะเหตุอย่างนี้ๆ พระผู้มีพระภาคนั้น เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ ทรงถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว ทรงรู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึก ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกธรรม.
อานนท์ เธอทั้งหลายพึงยังชนเหล่านั้น ให้สมาทาน ให้ตั้งมั่น ให้ดำรงอยู่ในความเลื่อมใส อันไม่หวั่นไหวในพระธรรมว่า พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคตรัสดีแล้ว ซึ่งผู้บรรลุจะพึงเห็นได้เอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกกันมาดู ควรน้อมเข้ามาใส่ตน อันผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน.
อานนท์ เธอทั้งหลายพึงยังชนเหล่านั้น ให้สมาทาน ให้ตั้งมั่น ให้ดำรงอยู่ในความเลื่อมใส อันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ว่า สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค เป็นผู้ปฏิบัติดีแล้ว เป็นผู้ปฏิบัติตรงแล้ว เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว เป็นผู้ปฏิบัติสมควรแล้ว นั่นคือ คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงตัวได้ ๘ บุรุษ นั่นแหละ คือ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค เป็นผู้ควรแก่ของบูชา เป็นผู้ควรแก่ของต้อนรับ เป็นผู้ควรรับทักษิณา เป็นผู้ควรกระทำอัญชลี เป็นนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า.
อานนท์ แม้มหาภูตทั้ง ๔ คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม ก็ยังมีความแปรปรวนเป็นอย่างอื่นไปได้ แต่เหล่าอริยสาวกผู้ประกอบพร้อมแล้ว ด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า ย่อมไม่มีความแปรปรวนเป็นอย่างอื่นไปได้เลย นี้คือความเป็นอย่างอื่นในข้อนั้น คือ ข้อที่อริยสาวกผู้ประกอบพร้อมแล้ว ด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้านั้น จะเข้าถึงนรก กำเนิดเดรัจฉาน หรือเปรตวิสัย นี้ไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้.
อานนท์ แม้มหาภูตทั้ง ๔ คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม ก็ยังมีความแปรปรวนเป็นอย่างอื่นไปได้ แต่เหล่าอริยสาวกผู้ประกอบพร้อมแล้ว ด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระธรรม ย่อมไม่มีความแปรปรวนเป็นอย่างอื่นไปได้เลย นี้คือความเป็นอย่างอื่นในข้อนั้น คือ ข้อที่อริยสาวกผู้ประกอบพร้อมแล้ว ด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระธรรมนั้น จะเข้าถึงนรก กำเนิดเดรัจฉาน หรือเปรตวิสัย นี้ไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้.
อานนท์ แม้มหาภูตทั้ง ๔ คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม ก็ยังมีความแปรปรวนเป็นอย่างอื่นไปได้ แต่เหล่าอริยสาวกผู้ประกอบพร้อมแล้ว ด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ ย่อมไม่มีความแปรปรวนเป็นอย่างอื่นไปได้เลย นี้คือความเป็นอย่างอื่นในข้อนั้น คือ ข้อที่อริยสาวกผู้ประกอบพร้อมแล้ว ด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์นั้น จะเข้าถึงนรก กำเนิดเดรัจฉาน หรือเปรตวิสัย นี้ไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้.
อานนท์ เธอทั้งหลายจะอนุเคราะห์ใคร และใครถือว่าเธอเป็นผู้ที่เขาควรเชื่อฟัง เขาจะเป็นมิตรก็ตาม อำมาตย์ก็ตาม ญาติหรือสาโลหิตก็ตาม เธอทั้งหลายพึงยังชนเหล่านั้น ให้สมาทาน ให้ตั้งมั่น ให้ดำรงอยู่ในฐานะ ๓ ประการ เหล่านี้แล.
-บาลี ติก. อํ. 20/285/515.
https://84000.org/tipitaka/pali/?20//285
https://etipitaka.com/read/pali/20/285/
English translation by Bhikkhu Bodhi
Then Venerable Ānanda went up to the Buddha, bowed, and sat down to one side. The Buddha said to him:
“Ānanda, those who you have sympathy for, and those worth listening to—friends and colleagues, relatives and family—should be encouraged, supported, and established in three things. What three?
Experiential confidence in the Buddha: ‘That Blessed One is perfected, a fully awakened Buddha, accomplished in knowledge and conduct, holy, knower of the world, supreme guide for those who wish to train, teacher of gods and humans, awakened, blessed.’
Experiential confidence in the teaching: ‘The teaching is well explained by the Buddha—visible in this very life, immediately effective, inviting inspection, relevant, so that sensible people can know it for themselves.’
Experiential confidence in the Saṅgha: ‘The Saṅgha of the Buddha’s disciples is practicing the way that’s good, direct, methodical, and proper. It consists of the four pairs, the eight individuals. This is the Saṅgha of the Buddha’s disciples that is worthy of offerings dedicated to the gods, worthy of hospitality, worthy of a religious donation, worthy of greeting with joined palms, and is the supreme field of merit for the world.’
There might be change in the four primary elements—earth, water, air, and fire—but a noble disciple with experiential confidence in the Buddha would never change. In this context, ‘change’ means that such a noble disciple will be reborn in hell, the animal realm, or the ghost realm: this is not possible.
There might be change in the four primary elements—earth, water, air, and fire—but a noble disciple with experiential confidence in the teaching … or the Saṅgha would never change. In this context, ‘change’ means that such a noble disciple will be reborn in hell, the animal realm, or the ghost realm: this is not possible.
Those who you have sympathy for, and those worth listening to—friends and colleagues, relatives and family—should be encouraged, supported, and established in these three things.”